“อินเทอร์เน็ต” มันมีเสียงนะครับ

ปฐมบทของ Memory from The Last Analog Generation

จากยุคที่คอมพิวเตอร์ยังต้อง “โทรหา” กัน
ไปจนถึงวันที่เรากำลังคุยเรื่องการสื่อสารด้วยกลศาสตร์ควอนตัม

ก่อนที่คำว่า อินเทอร์เน็ต จะกลายเป็นของพื้นฐานเหมือนไฟฟ้า ก่อนที่เราจะรู้สึกว่า Wi‑Fi ช้าแล้วเริ่มหงุดหงิด ก่อนที่โทรศัพท์มือถือจะ video call ได้เหมือนเป็นเรื่องธรรมดา — เรา ๆ ท่าน ๆ ในยุคนั้น มีบางอย่างที่เรียกว่า BBS

ผมจำได้ว่าผมหมกมุ่นอยู่กับมันมาก ถึงขนาดหลังเลิกเรียน ถ้าวันไหนกลับบ้านได้เร็ว ก็ต้องอดหลับอดนอนเพื่อใช้มัน

ใช่ครับ ผมอยู่ ม.3 ราวปี พ.ศ. 2532–2533 คอมพิวเตอร์แปดบิตรุ่นโบราณ สมบัติที่อยู่กับผมมาตั้งแต่เด็กคือ Spectravideo SVI‑328 เครื่องหนึ่ง

มันไม่ใช่เว็บ
ไม่มี browser
ไม่มี Google
ไม่มี YouTube

มันคือ “กระดานข่าว” ที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ของใครสักคน


BBS คืออะไร และมันใช้ยังไง

BBS ย่อมาจาก Bulletin Board System

ถ้าจะอธิบายให้คนยุคนี้เข้าใจง่าย ๆ มันคือการเอา:

webboard + file download + chat + community

มายัดไว้ใน คอมพิวเตอร์เครื่องเดียว

และคุณต้อง โทรเข้าไปหาเครื่องนั้น

คนที่เปิด BBS สมัยนั้นเรียกว่า Sysop หรือ System Operator เป็นคนดูแลระบบ ตั้งกฎ จัด board รับสมาชิก และคอยดูว่าใคร upload/download อะไร ใครเปิด BBS ได้ในยุคนั้น บอกได้เลยว่า โคตรเท่

ผมจมอยู่กับมันได้เป็นวัน ๆ คืน ๆ

การใช้งาน BBS ไม่ได้เริ่มจากการเปิดแอป แต่มันเริ่มจาก:

  1. เปิดคอมพิวเตอร์
  2. เปิดโปรแกรม dial เช่น Telix, Procomm, QMODEM
  3. ใส่ “เบอร์โทรศัพท์” ของ BBS
  4. กด connect

แล้วคุณจะได้ยินเสียงนี้:

กรี๊ด… ก๊อก… แก๊ก… ปี๊ด… ครืดดด…

เสียงที่ฟังแล้วเหมือนเครื่องจักรกำลังทะเลาะกันเอง

แต่จริง ๆ แล้ว มันคือ การจับมือกันของคอมพิวเตอร์สองเครื่องผ่านสายโทรศัพท์


ทำไมต้องมี MODEM

คำว่า MODEM มาจาก:

MOdulator – DEModulator

ปัญหาคือ:

  • คอมพิวเตอร์เป็น digital: 0 กับ 1
  • สายโทรศัพท์บ้านเป็น analog: คลื่นเสียง

MODEM จึงเป็นเหมือน นักแปลภาษา ระหว่างโลกสองใบ

มันทำหน้าที่:

  • แปลงข้อมูล 0/1 ให้กลายเป็นเสียง เพื่อส่งผ่านสายโทรศัพท์
  • รับเสียงจากปลายทาง แล้วแปลงกลับมาเป็นข้อมูล 0/1

ทุกเสียงที่คุณได้ยินตอน dial คือข้อมูลจริง ๆ ที่กำลังวิ่งอยู่

เพราะ MODEM นี่แหละครับ ตอนเรียน serial programming ผมถึงเข้าใจตั้งแต่อาจารย์เปิดหน้าแรก ความรู้สึกมันไม่ใช่ทฤษฎีลอย ๆ แต่มันคือของที่เคยต่อ เคยพัง เคยลองผิดลองถูกมาก่อน


SVI‑328 ต่อ MODEM ได้ไหม

SVI‑328 เป็นคอมพิวเตอร์ 8-bit จาก Spectravideo เปิดตัวราวปี 1983 ใช้ CPU Z80A

การเอา SVI‑328 ไปต่อ MODEM ทำได้ แต่ไม่ใช่เสียบอะไรก็จบเหมือน USB สมัยนี้ สิ่งที่ต้องมีคือ serial interface / RS‑232 หรืออุปกรณ์ MODEM/communication interface ที่เข้ากันได้กับระบบของ Spectravideo (ผมจำไม่ได้ว่า รายละเอียด MODEM SVI มันใช้ตัวไหน เลยไปถาม AI มา)

ข้อมูลอุปกรณ์ที่พบในเอกสารและฐานข้อมูล retro hardware ระบุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น:

  • SVI‑701 Internal MODEM — MODEM ภายใน ความเร็วระดับ 300 baud (ผมว่าผมใช้ตัวนี้)
  • SVI‑805 RS‑232 Card — ใช้เป็นทางออก serial เพื่อไปต่อ external MODEM
  • SVI‑737 MODEM + RS‑232C Interface — พบในสายอุปกรณ์ Spectravideo/MSX รุ่นหลัง

ดังนั้นภาพจำของการ “หาทางต่อให้ได้” ในยุคนั้นจึงสมเหตุสมผลมาก เพราะมันไม่ใช่อุปกรณ์ แบบ plug-and-play แต่เป็นโลกของการหา interface, cable, pinout, software และความอดทน

ผิดทีหนึ่งก็ต้องรอซื้อของใหม่ หรือรอของจากแดนไกลมาทำใหม่ และผมไม่ได้ไปเอง ไม่ง่ายเลยที่จะไปถ่ายเอกสารคู่มือที่ผมเองก็ไม่เข้าใจ และจิ้มไปว่าจะเอาแบบในรูป และฝากคนไปซื้อมา


ยุคนั้น ใครมี MODEM = เท่

ไม่ใช่ทุกบ้านมี MODEM

คุณต้องมี:

  • คอมพิวเตอร์
  • MODEM card หรือ external MODEM
  • โปรแกรม terminal
  • เบอร์โทรศัพท์ของ BBS
  • และต้องยอมจ่ายค่าโทรศัพท์

ที่สำคัญคือ:

โทรติด = โชคดี

เพราะ BBS ส่วนใหญ่มี “สายเดียว”

ถ้ามีคนใช้อยู่ คุณจะได้สัญญาณไม่ว่าง แล้วต้องโทรซ้ำไปเรื่อย ๆ บางคืนกว่าจะต่อได้ก็แทบหมดแรง

แต่พอต่อได้แล้ว โลกอีกใบก็เปิดขึ้นทันที


ขาใหญ่ในโลก MODEM

พออินเทอร์เน็ตเริ่มเข้ามาใช้งานจริงในวงกว้าง ยุคหลัง BBS MODEM มีหลายค่าย แต่เจ้าตลาดที่คนเล่นคอมยุคนั้นจำได้ชัด เช่น:

  • Hayes — สำคัญมาก เพราะ Hayes SmartMODEM และ AT Command Set กลายเป็นภาษามาตรฐานของ MODEM จำนวนมาก
  • US Robotics (USR) — ตัวท็อปในยุค 14.4, 28.8, 33.6 และ 56 kbps โดยเฉพาะตระกูล Sportster และ Courier
  • Zoom Telephonics
  • Motorola
  • MultiTech
  • ZyXEL — คนสาย network/ISP หลายคนคุ้นชื่อดี

การแข่งขันกันอยู่ที่:

  • ความเร็ว: 300 baud → 1200 → 2400 → 9600 → 14.4 kbps → 28.8 kbps → 33.6 kbps → 56 kbps
  • ความเสถียรของสัญญาณ
  • error correction
  • data compression

ขอย้ำว่า kbps นะครับ
หน่วย k ไม่ใช่ M หรือ G

โหลดรูปหนึ่งรูป = นาที
โหลดโปรแกรมหนึ่งตัว = ไปอาบน้ำกลับมายังไม่เสร็จ

แต่ตอนนั้นเรารู้สึกว่า “มันเร็วแล้ว”


แล้วในไทยล่ะ

ในไทย BBS เคยเป็น community จริงจังมาก

มันมี:

  • Sysop ดูแลระบบ
  • board ให้คุยตามหมวด
  • file area สำหรับเกม โปรแกรม utility text file และ driver
  • private message
  • บางระบบมี chat หรือ multi-line ในยุคหลัง

บางแห่งดังมากในกลุ่มเฉพาะ เช่น programmer, hacker, gamer, นักศึกษา และคนเล่นคอมบ้าน

มันคือ “Internet เวอร์ชัน local” ก่อนที่ Internet จริงจะเข้ามา

คุณไม่ได้ search ด้วย Google
คุณจำเบอร์ BBS
คุณจดชื่อ board
คุณจำ login
และคุณรู้ว่า sysop คนไหนดุ คนไหนใจดี


อินเทอร์เน็ตยุคแรก: มันไม่ได้มาแบบง่าย ๆ

ช่วงแรก ๆ ในไทย การใช้งาน Internet อยู่ในวงมหาวิทยาลัยและเครือข่ายวิจัยเป็นหลัก

ผู้ใช้จำนวนหนึ่งต้อง:

  • มี account ของมหาวิทยาลัยหรือศูนย์คอมพิวเตอร์
  • เข้าเครื่อง UNIX
  • ใช้ shell
  • ใช้คำสั่งพิมพ์ล้วน ๆ
  • อ่าน email, telnet, ftp, gopher หรือ lynx ในบางช่วง

ไม่มี GUI
ไม่มีภาพ
มีแต่ text

ยกเว้นถ้าอยู่ในห้องคอมมหาวิทยาลัย ผมชอบไปจองเครื่อง SUN Workstation เพื่อใช้ Netscape Navigator

ตรงนั้นแหละครับที่รู้สึกว่า “อนาคต” มันมาอยู่ตรงหน้าแล้ว


Windows 3.1 + Trumpet Winsock

ถ้าคุณเคยผ่านยุคนี้ คุณจะจำได้

การต่อ Internet ไม่ใช่ “กด connect แล้วจบ”

มันคือ:

  • ติดตั้ง TCP/IP stack เอง
  • ตั้งค่า IP / DNS / gateway
  • ตั้งค่า COM port
  • ตั้งค่า MODEM init string
  • ใช้ Trumpet Winsock
  • แล้วภาวนาว่ามันจะ connect

Trumpet Winsock เป็น shareware ที่สำคัญมากสำหรับผู้ใช้ Windows 3.x เพราะ Windows ยุคนั้นยังไม่ได้มี TCP/IP dial-up experience ที่เรียบง่ายแบบยุคหลัง Windows 95/98

ใครเคยเปิด TCPMAN.EXE แล้วนั่งดูมันต่อ SLIP/PPP สำเร็จ คงเข้าใจความรู้สึกนี้ดี


เสียง MODEM กับชีวิตจริง

ปัญหาใหญ่สุดไม่ใช่เทคนิค

แต่คือ:

บ้านมีโทรศัพท์สายเดียว

ถ้าคุณต่อ Internet หรือ BBS อยู่ คนอื่นในบ้านใช้โทรศัพท์ไม่ได้

และถ้ามีคนยกหูขึ้นมา…

connection หลุดทันที

เสียงในบ้านจะเริ่มมา:

“ใครใช้โทรศัพท์อยู่!”
“รีบวางได้ไหม!”
“คุยอะไรอยู่ตั้งนาน!”

แต่เราไม่ได้คุยกับคนครับ
เรากำลังคุยกับเครื่อง


แล้วมันก็หายไป

การมาของ:

  • ADSL
  • cable MODEM
  • broadband
  • always-on Internet

ทำให้ dial-up MODEM ตายอย่างรวดเร็ว

จากการต่อครั้งละนาที กลายเป็น Internet ที่เปิดค้างได้ทั้งวัน
จากเสียงกรี๊ด ๆ ตอนต่อสาย กลายเป็นไฟ status กระพริบบน router

บริษัทใหญ่ ๆ ในโลก MODEM ก็เปลี่ยนชะตาไปตามยุค:

  • Hayes — บริษัทผู้บุกเบิก MODEM และ AT command set ล้มละลายและเข้าสู่การชำระบัญชีช่วงปลายทศวรรษ 1990
  • US Robotics — ถูก 3Com ซื้อกิจการในปี 1997 แล้วค่อย ๆ หายจากภาพจำของตลาดผู้ใช้ทั่วไป
  • Zoom Telephonics — ยังอยู่ในรูปบริษัท/แบรนด์สื่อสาร แต่ไม่ได้เป็นชื่อที่ครองบ้านคนเหมือนยุค MODEM
  • ผู้ผลิตอีกหลายรายถูกกลืน หายไป หรือเปลี่ยนไปทำอุปกรณ์ network/broadband แทน

จากอุตสาหกรรมระดับโลก
กลายเป็นของที่คนจำนวนมากลืมไปกับกาลเวลา


แต่มันไม่ได้หายไปจริง ๆ

สิ่งที่ MODEM ทำคือ:

แปลงข้อมูลให้วิ่งผ่าน medium ที่เดิมไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อข้อมูลดิจิทัล

สายโทรศัพท์ถูกออกแบบมาเพื่อเสียงคน
แต่เราบังคับให้มันส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์

นี่เป็นบทเรียนสำคัญมากของโลกเทคโนโลยี:

เมื่อ medium เดิมมีข้อจำกัด มนุษย์มักหาทาง encode ข้อมูลใหม่ เพื่อบีบให้มันทำสิ่งที่มากกว่าเดิม

สายโทรศัพท์ส่ง data ได้
สายทองแดงส่ง broadband ได้
คลื่นวิทยุส่ง Internet ได้
แสงใน fiber ส่งข้อมูลข้ามโลกได้

และวันหนึ่ง เราก็เริ่มถามคำถามต่อไปว่า:

ถ้าเรา encode ข้อมูลลงในสถานะของธรรมชาติระดับ quantum ได้ล่ะ?

ตรงนั้นคือสะพานไปสู่เรื่อง quantum communication


หมายเหตุด้าน cybersecurity จากคนยุคสายโทรศัพท์

ในโลก cybersecurity ถ้าย้อนกลับไปยุคนั้น การสื่อสารผ่านสายโทรศัพท์มีความเปราะบางมากกว่าที่คนยุคนี้คิด

ถ้าวันนั้นใครสามารถเข้าถึงสายโทรศัพท์ทางกายภาพได้ เขาอาจดักฟังสัญญาณหรือวิเคราะห์ข้อมูลบางอย่างได้ง่ายกว่าที่เราคิด โดยเฉพาะการสื่อสารที่ไม่ได้เข้ารหัส

บทเรียนไม่ใช่การสอนให้ไปดักสายใคร
แต่บทเรียนคือ:

physical access คือ security risk เสมอ

ไม่ว่าจะเป็นสายโทรศัพท์ในอดีต
สาย LAN ในออฟฟิศ
หรือ fiber link ใน data center วันนี้

medium เปลี่ยน
หลักคิดด้านความเสี่ยงไม่เคยเปลี่ยน

ทุกครั้งที่ผมกดโทร FaceTime หรือคุย LINE หรือใช้ Apple Watch โทร แล้วมันหลุด ผมมักจะนึกย้อนหลังกลับไปวันโน้นนนนนนนนน

บางที แค่สองบรรทัดนี้ เกือบสิบนาที

ไม่ใช่มันช้านะ

แต่มัวต่อ MODEM อยู่

Me >> Hello!
Y  >> : )

เอาน่า ตอนนี้หลุดนิด ๆ หน่อย ๆ เดี๋ยวมันก็มา

ยุคนั้น กว่ามันจะมา… เราต้องทำทุกอย่างเพื่อต่อ MODEM และ เพื่อกดคำว่า

"สวัสดีชาวโลก"


แหล่งอ้างอิงแนะนำสำหรับผู้อ่าน

วงเล็ก ๆ สำหรับคนอยากอ่านต่อ:

  1. BBS / CBBS

  2. Hayes / AT Command / MODEM history

  3. Spectravideo SVI‑328 และอุปกรณ์ต่อพ่วง

  4. ประวัติอินเทอร์เน็ตไทย

  5. Trumpet Winsock / Windows 3.x Internet

  6. ADSL / Broadband ในไทย